วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

'กินคลีน' : เรื่องดีๆ ที่คนรักสุขภาพต้องรู้

'กินคลีน' : เรื่องดีๆ ที่คนรักสุขภาพต้องรู้
        สำหรับคนที่ลดน้ำหนักและใส่ใจสุขภาพคงเคยได้ยินเรื่องการรับประทานอาหารคลีนมาได้สักพักแล้ว ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีหลายคนที่ยังงงๆ อยู่ว่า การ "กินคลีน" คืออะไร ?? อาหารคลีนหน้าตาเป็นยังไงจะละม้ายคล้ายกับการกินมังสวิรัติหรือไม่ แล้วทั้งนี้กินไปจะได้อะไร มาหาคำตอบกัน
        อาหารคลีนคืออะไร ?
      
        อาหารคลีน (Clean Food) คืออาหารที่เน้นธรรมชาติของอาหารชนิดนั้นๆ โดยผ่านกระบวนการปรุงแต่งและการแปรรูปเพียงน้อยนิด เป็นอาหารที่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่เสริม หรือดัดแปลงผ่านกรรมวิธีอะไรที่มากมาย อีกทั้งต้องสดสะอาด ไม่ใส่สารกันบูด ไม่เค็มหรือหวานจัด ตัวอย่างเช่น หากเป็นผลไม้ก็จะรับประทานแบบผลสดไม่นำไปดองหรือแช่อิ่มหรือหากเป็นเนื้อสัตว์ก็ต้องเป็นเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ขาหมู คากิ ตัดออกไปได้เลย เป็นต้น ซึ่งอาหารคลีนนั้นอาจจะมีรสชาติที่ไม่ได้จัดจ้านแบบอาหารปกติสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้จืดชืดจนรับประทานไม่ได้เลย
      
        การรับประทานคลีนนั้นไม่จำเป็นต้องบริโภคผักหรือผลไม้เพียงเดียว แต่ต้องรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่พอเหมาะพอดีกับที่ร่างกายต้องการด้วย ซึ่งส่วนนี้เองที่มีส่วนแตกต่างจากการรับประทานมังสวิรัติโดยปริยาย
      
        แล้วอาหารแบบไหนที่ไม่ใช่อาหารคลีน ? 
      
        อาหารที่ไม่คลีน ง่ายๆ เลยคือเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป อาทิ อาหารกระป๋อง,อาหารกึ่งสำเร็จรูป,อาหารแช่แข็ง,อาหารฟาสต์ฟู้ด จั๊งค์ฟู้ด ,ขนมกรุบกรอบ,เครื่องดื่มน้ำอัดลม ฯลฯ นั่นเอง
      
        ประโยชน์ของอาหารคลีน 
      
        อาหารคลีนเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดไขมันส่วนเกิน หรือผู้ที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ ซึ่งคุณคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า You are what you eat คุณกินอะไรเข้าไปก็จะได้อย่างนั้นกันใช่ไหม เอาเป็นว่าอยากสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วยง่ายก็ลองให้อาหารคลีนเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มในชีวิตกันนะ แต่หากยากเกินไปหรือยังติดในรสชาติอาหารที่จัดจ้านถึงพริกถึงขิงอยู่ละก็ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมารับประทานเป็นบางมื้อก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ทั้งนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเอง
        มาดูกันดีกว่าว่าหากอยากรับประทานอาหารแบบคลีนๆ ควรมีอะไรติดครัวหรือติดตู้เย็นของคุณกันบ้าง
       
      
       สิ่งที่ควรมีติดครัว
      
        ผักและผลไม้สด
      
        แป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี อาทิ ขนมปังโฮลวีต, ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ,
      
        โปรตีนที่ดี เช่น อกไก่ไม่ติดหนัง, เนื้อปลา,ไข่ขาว, เต้าหู้ ฯลฯ
      
        น้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ อาทิ น้ำมันมะกอก,น้ำมันมะพร้าว,นำมันอะโวคาโด,น้ำมันดอกทานตะวัน,น้ำมันเมล็ดฟักทอง ฯลฯ
      
        อาหารที่สดใหม่
      
       สิ่งที่ไม่ควรมีติดครัว
      
        ผลิตภัณฑ์ขัดสี อาทิ ขนมปังสีขาว,ข้าวขาว,น้ำตาลทรายขาว
      
        อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง
      
        ผลิตภัณฑ์หรือาหารที่ใส่สารกันบูด
      
        อาหารฟาสต์ฟู้ด จั๊งค์ฟู้ด
      
        เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
        
      
       

6 ท่า 2 นาที สร้างกล้ามหน้าท้อง

6 ท่า 2 นาที สร้างกล้ามหน้าท้อง
        สมัยนี้ใครๆ ก็ปรารถนาที่จะมีกล้ามหน้าท้องไว้เชยชมด้วยกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าซิกแพกเป็นอะไรที่หนุ่มๆ ก็ต่างหลงใหล สาวๆ เห็นก็คลั่งไคล้ด้วยกันทั้งนั้น เอาล่ะใครที่อยากเป็นเจ้าของกล้ามหน้าท้องตามเรามาบริหารกับ 6 ท่านี้กันดีกว่า ซึ่งใช้เวลาเพียง 2 นาทีต่อวันเท่านั้นเอง
      
       1. Knee-to-elbow sit-ups
        วิธีทำ เริ่มต้นจากนอนราบลงบนพื้นหรือจะใช้เบาะออกกำลังกายเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บบริเวณหลังก็ได้เช่นเดียวกัน ใช้มือสองข้างประสานไว้ที่ท้ายทอย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นเหนือจากระดับลำตัวเล็กน้อย จากนั้นออกแรงยกตัวขึ้นคล้ายว่ากำลังจะซิตอัพ ดันขาข้างใดข้างหนึ่งเข้าหาลำตัวพร้อมกับนำข้อศอกด้านตรงข้ามไปแตะบริเวณหัวเข่า สลับข้างทำไปเรื่อยๆ จนครบ 20 วินาที
      
       **ห้ามขาแตะลงบนพื้นจนกว่าจะทำครบเวลาที่กำหนด
        
      
       2. Flutter kicks
        วิธีทำ เริ่มจากนอนราบลงบนพื้น กำมือทั้งสองข้างสอดไว้บริเวณใต้แผ่นหลัง จากนั้นยกขาทั้งสองข้างขึ้นลอยเหนือพื้นเล็กน้อย เกร็งหน้าท้องพร้อมกับออกแรงยกขาขึ้นและลงสลับกันไปเรื่อยๆ จนครบ 20 วินาที
        
      
       3. Scissors
        วิธีทำ นอนราบลงบนพื้นหรือเบาะออกกำลังกายก็ได้ตามความถนัด จากนั้นยกขาทั้งสองข้างขึ้นเหนือจากพื้นเล็กน้อย เกร็งบริเวณหน้าท้องไว้ แล้วออกแรงยกขาสลับกันไปมาเรื่อยๆ จนครบ 20 วินาที
        
      
       4. Hundreds
        วิธีทำ นอนราบลงบนพื้นหรือเบาะออกกำลังกาย วางแขนไว้แนบข้างลำตัว จากนั้นยกขาทั้งสองข้างขึ้นให้เป็นมุมตั้งฉากกับพื้น ค่อยๆ ยกช่วงศีรษะ ลำคอและหัวไหล่ให้ลอยขึ้นเหนือพื้นโดยที่แผ่นหลังยังคงติดพื้นอยู่ เกร็งหน้าท้องค้างไว้และออกแรงตีมือที่อยู่ด้านข้างลำตัวขึ้นและลงบนอากาศ
        
      
       5. Reverse crunches
        วิธีทำ เริ่มต้นจากนอนราบลงบนพื้น ใช้มือทั้งสองข้างแตะไว้บริเวณใบหูหรือจะวางแนบข้างลำตัวก็ได้เช่นกัน ชันเข่าทั้งสองข้างขึ้น จากนั้นค่อยๆ ยกขึ้นจนขาอยู่ในลักษณะขนานกับพื้น ออกแรงยกสะโพกขึ้น โดยที่แผ่นหลังยังคงติดกับพื้น ทำซ้ำเช่นเดิมจนครบ 20 วินาที ซึ่งท่านี้สามารถช่วยบริหารหน้าท้องส่วนล่างได้ดีมากเลยทีเดียว
        
      
       6. Sitting twists
        วิธีทำ เริ่มจากนั่งลงบนพื้น ชันเข่าขึ้นให้ขาทำมุม 45 องศา ยกขาทั้งสองข้างให้ลอยเหนือพื้นเล็กน้อย จากนั้นให้บิดลำตัวไปด้านข้างทั้งซ้ายและขวาไปเรื่อยๆ โดยที่ขายังอยู่ในลักษณะเช่นเดิม
      
       
      
       ***หมายเหตุ ใช้เวลาทำทั้งหมดท่าละ 20 วินาที
        ข้อมูล neilarey.com 

ท่าออกกำลัง Squats ที่ให้มากกว่าการลุกนั่ง

ท่าออกกำลัง  Squats ที่ให้มากกว่าการลุกนั่ง
       ไม่ใช่แค่การลุกนั่งธรรมดาเพราะท่าออกกำลังกาย Squats นี้จะเน้นการทำงานของกล้ามเนื้อของสะโพก,ต้นขา และบั้นท้าย เพื่อให้คุณมีช่วงล่างที่ฟิตและเฟิร์มยิ่งขึ้น
       วิธีทำ
      
       Step: 1 เริ่มต้นท่า Squats โดยให้คุณนั้นยืนแยกขาออกจากกันเล็กน้อย มือทั้งสองข้างประสานกันไว้บริเวณท้ายทอยหรือจะกอดอกตั้งฉากไว้บริเวณด้านหน้าก็ได้เช่นกัน มองตรงไปข้างหน้า
      
       Step: 2 ค่อยๆ งอเข่าลงนั่งคล้ายว่ากำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวโปรดจนขาของคุณขนานกับพื้นทำมุม 90 องศา หน้ามองตรงไปด้านหน้า (ตามภาพ) ยกลำตัวขึ้นกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ซึ่งย่อลงและยืนขึ้นให้นับเป็น 1 ครั้ง
      
       ***หมายเหตุสามารถหาอุปกรณ์ช่วย อาทิ ดัมเบล บาร์เบล ฯลฯ มาเป็นตัวช่วยให้การเพิ่มแรงต้านทานก็ได้เช่นกัน
ท่าออกกำลัง  Squats ที่ให้มากกว่าการลุกนั่ง
      
ท่าออกกำลัง  Squats ที่ให้มากกว่าการลุกนั่ง
      
       ท่า Squats ช่วยอะไรบ้าง ???
      
       1.ช่วยให้กล้ามเนื้อขาของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะง่ายต่อการทำกิจวัตรประจำวัน
      
       2. เพิ่มความคล่องตัวและความสมดุลให้แก่ร่างกาย
      
       3.สามารถป้องกันการบาดเจ็บ
      
       4.ปรับปรุงประสิทธิภาพการเคลื่อนไหวของคุณ ทำให้คุณคล่องแคล่วและเร็วยิ่งขึ้น
      
       5.ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
      
       เริ่มต้นท่า Squats โดยการเริ่มต้นตามเซตข้างล่าง ดังนี้ 
      
       เริ่มจาก 10 ครั้ง/พัก 10 วินาที
      
       ต่อด้วย 5 ครั้ง/พัก 15 วินาที
      
       20 ครั้ง/พัก 20 วินาที
      
       15 ครั้ง/พัก 30 วินาที
      
       10 ครั้ง/พัก 10 วินาที
      
       และจบด้วย 10 ครั้ง/พัก10 วินาที
       
       ข้อมูล neilarey.com

8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี

       มีอาหารมากมายหลายอย่างที่คุณสามารถกินเพื่อช่วยในการเผาผลาญแคลอรีและลดน้ำหนัก ซึ่งตัวอย่างอาหารที่เรานำมาให้ดูกันนี้เป็นอาหารที่มีรสชาติอร่อย หารับประทานได้ง่าย อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เอาเป็นว่าลองเพิ่มอาหารเหล่านี้เข้าไปในมื้ออาหารซึ่งคุณจะทำเป็นประจำทุกวันหรืออาจทำสัปดาห์ละกี่ครั้งก็ได้แล้วแต่ความสะดวก 
      
        ทั้งนี้ทั้งนั้นควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วย เพื่อจะได้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกันนะจ๊ะ มาดูดีกว่าว่ามีอาหารอะไรที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีกันบ้าง
      
       เกรปฟรุต
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       ผลไม้หน้าตาละม้ายคล้ายส้ม ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, วิตามินซี, วิตามินดี, ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม ฯลฯ อีกมากมาย ซึ่งเกรปฟรุตมีส่วนช่วยเร่งการเผาผลาญแคลอรีได้ แถมยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอีกด้วย
      
        เกรปฟรุตนอกจากจะรับประทานสดๆ ได้แล้วยังสามารถนำไปทำเมนูน้ำผลไม้ปั่น, สมูทตี้หรือสลัดผลไม้ก็ได้เช่นกัน
      
       ขึ้นฉ่าย
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       ขึ้นฉ่ายหรือที่ฝรั่งเรียกว่าเซเลอรี (Celery) ผักที่นำมาประกอบอาหารไทยได้หลากหลายเมนู อีกทั้งยังมีแคลอรีต่ำและอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด ทั้งนี้ยังสามารถช่วยในการเผาผลาญแคลอรีได้ดีอีกด้วย
      
       ธัญพืชไม่ขัดสี
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       มีการวิจัยค้นพบว่าธัญพืชที่ไม่ขัดสีนั้นจะช่วยทำให้อิ่มท้องนานกว่าธัญพืชขัดสีแล้ว เพราะจะต้องใช้เวลาในการย่อยมากขึ้น ดังนั้นจึงทำให้คุณอิ่มนานขึ้นได้นั่นเอง ซึ่งธัญพืชเหล่านี้ยังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตและวิตามินชนิดต่างๆ อีกทั้งยังมีไขมันต่ำอีกด้วย
      
       ชาเขียว
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       ชาเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งชาเขียวสามารถเพิ่มการเผาผลาญและเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักได้ ยิ่งหากได้จิบชาเขียวร้อนๆ สักแก้วจะช่วยให้คุณผ่อนคลายขึ้นอีกด้วย
      
       โอเมก้า 3
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       กรดไขมันโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่มีผลต่อระดับฮอร์โมนเลปติน (leptin) ฮอร์โมนที่มีผลต่อความรู้สึกหิวและอิ่ม ซึ่งในผู้ป่วยโรคอ้วนมักจะขาดฮอร์โมนดังกล่าวนี้ อีกทั้งโอเมก้า 3 ยังได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าสามารถช่วยให้การเผาผลาญเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะพบมากในปลาทะเล อาทิ ปลาทูน่า, ปลาแซลมอนและปลาน้ำจืดบางชนิด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกด้วย
      
       กาแฟดำ
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       หลายคนมักเรียกความสดชื่นให้กับเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟร้อนๆ สักแก้ว ในกาแฟจะมีกาเฟอีนที่สามารถช่วยให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวาเสมือนเป็นการปลุกตัวเองวิธีหนึ่ง ซึ่งกาเฟอีนมีส่วนช่วยในระบบการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้เลือดสูบฉีดดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเผาผลาญอีกด้วย
      
        ข้อควรระวังคือหลายคนมักจะเติมน้ำตาล นม ครีมเทียมเพิ่มลงไปในกาแฟถ้วยโปรด ทางที่ดีให้ลองหันมาดื่มกาแฟดำหรือเปลี่ยนเป็นเติมอบเชยสักเล็กน้อยจะดีต่อสุขภาพมากกว่านะจ๊ะ
      
       อะโวคาโด
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       ผลไม้รูปร่างหน้าตาแปลก แต่กลับมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะอุดมไปด้วยคุณค่าด้านโภชนาการที่สูงและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากทีเดียว ในอะโวคาโดประกอบไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด อาทิ ไฟเบอร์, วิตามินบี 6, วิตามินซี, วิตามินอี, ไฟเบอร์, สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ ทั้งนี้ยังอุดมไปด้วยไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งในอะโวคาโดนั้นมีกรดไขมันที่ไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่สามารถเพิ่มความรวดเร็วในการเผาผลาญมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดในสมอง อีกทั้งยังช่วยบำรุงสายตาและเส้นผมได้อีกด้วย
      
       อาหารที่มีรสเผ็ด
8 สิ่งดีๆ ช่วยเบิร์นแคลอรี
       อาหารที่มีรสเผ็ดจะสามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้อาหารของคุณมีรสเผ็ดก็ได้แก่ พริก (มีหลากหลายชนิดมาก พริกขี้หนู, พริกชี้ฟ้า, พริกหยวก, พริกไทย และอื่นๆ ทั้งนี้นอกจากจะทำให้เกิดรสชาติที่จัดจ้านขึ้นแล้วยังช่วยให้จานอาหารของคุณมีสีสันแถมการเผาผลาญดียิ่งขึ้นอีกด้วย
       ข้อมูล : http://womanitely.com

5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม

สมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งที่คุณผู้ชายทั้งหลายไม่ควรละเลยเป็นอันขาด จะว่าไปแล้วอาจมีหนุ่มๆ หลายคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่มีอาการเหนื่อยง่าย, นกเขาไม่ขัน, หลั่งเร็ว, มีลูกยาก ฯลฯ ลองมาเปลี่ยนการรับประทานอาหารกันดีกว่าไหม เพราะอาหารที่มีประโยชน์ก็มีส่วนช่วยทำให้อวัยวะเพศของคุณทำงานได้ดีขึ้นเหมือนกัน มาดูตัวอย่างอาหารที่รับประทานแล้วช่วยเพิ่มปริมาณสเปิร์ม อีกทั้งยังทำให้สเปิร์มแข็งแรงกันดีกว่า
      
        ทั้งนี้ทั้งนั้นนอกจากการรับประทานอาหารอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอร่วมด้วยนะครับ
      
       เมล็ดฟักทอง
5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม
       ของขบเคี้ยวยิ่งทานยิ่งเพลินอย่างเมล็ดฟักทองนี้ ใครจะรู้ว่ามีคุณสมบัติช่วยทำให้การผลิตน้ำอสุจิของคุณผู้ชายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งในเมล็ดฟักทองมีสารไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) ที่สามารถช่วยลดขนาดของต่อมลูกหมากโตและช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งในเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยในการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศได้นั่นเอง
      
       กล้วย
5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม
       ผลไม้ทรงคุณค่าที่หารับประทานได้ง่ายมากในบ้านเรา แถมยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามินบี 6, วิตามินบี 12, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ ซึ่งกล้วยนั้นจะว่าไปแล้วนับว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพคุณผู้ชายอย่างมาก เพราะสามารถช่วยเพิ่มความสามารถเรื่องเซ็กซ์ อีกทั้งยังช่วยผลิตเชื้ออสุจิใหม่และช่วยให้เชื้ออสุจิแข็งแรงขึ้นได้นั่นเอง
      
       เก๋ากี้
5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม
       เก๋ากี้หรือผลโกจิเบอร์รี สมุนไพรเม็ดเล็กๆ ที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เพราะสามารถพบเห็นได้ในอาหารทั่วๆ ไป ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินเอ, ซีและสารต้านอนุมูลอิสระ แถมยังมีเบต้าแคโรทีนที่มีปริมาณค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ซึ่งในเก๋ากี้นั้นมีส่วนช่วยเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ฮอร์โมนเพศที่สำคัญที่สุดของเพศชาย เป็นตัวกระตุ้นความต้องการทางเพศให้ตื่นตัวขึ้นได้อีกด้วย เอาเป็นหนุ่มๆ คนไหนที่เคยกินซุปแล้วชอบตักเม็ดสีส้มๆ ทิ้ง เปลี่ยนมาตักเข้าปากดีกว่านะจ๊ะ
      
       กระเทียม
5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม
       กระเทียมมีประโยชน์กับเรามาช้านาน อีกทั้งยังนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด ซึ่งในกระเทียมอุดมไปด้วยวิตามินเอ, วิตามินบี 6, วิตามินบี 12 วิตามินซี, วิตามินดีแคลเซียม, ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม ฯลฯ อีกทั้งยังมีประโยชน์สำหรับหนุ่มๆ อย่างมากเพราะสามารถเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้อีกด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ นั่นก็เป็นเพราะในกระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) ที่เป็นตัวช่วยในการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศได้นั่นเอง
      
       หน่อไม้ฝรั่ง
5 อาหารอัปพลังงานให้สเปิร์ม
       ผักที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์มหาศาล ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ อาทิ สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 และบี 6 วิตามินซี, วิตามินเค, โฟเลต อีกทั้งยังมีสารกลูตาไธโอนอีกด้วย
      
        หน่อไม้ฝรั่งมีประโยชน์กับคุณผู้ชายไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ เพราะสามารถช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศเพราะในหน่อไม้ฝรั่งมีวิตามินซีและสารกลูตาไธโอนที่จะทำงานร่วมกัน จึงสามารถช่วยเพิ่มปริมาณและเพิ่มความแข็งแรงให้กับสเปิร์มของหนุ่มๆ ได้นั่นเอง
      
        ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อเสียของการรับประทานหน่อไม้ฝรั่งมีอยู่น้อยมาก นั่นก็คือเมื่อรับประทานไปแล้วจะทำให้มีกลิ่นปัสสาวะที่ค่อนข้างรุนแรงไปสักนิด แต่หากเทียบประโยชน์ของผักชนิดนี้แล้วนับว่าเป็นข้อเสียที่เล็กนิดเดียวเองว่าไหม
       www.askmen.com

สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ

สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       การลดความอ้วนไม่จำเป็นต้องเคร่งเรื่องน้ำหนักตัวมากเกินไป เพราะตัวเลขบนตาชั่งบางครั้งไม่ได้ส่งผลถึงรูปร่างเลยซะทีเดียว บางคนน้ำหนักตัวเยอะแต่มวลกล้ามเนื้ออาจมากกว่ามวลไขมันก็เป็นได้ หรือบางคนที่น้ำหนักน้อยแต่อาจมีมวลไขมันเยอะกว่ามวลกล้ามเนื้อก็ได้เช่นกัน ดังนั้น การลดไขมันจึงเป็นคำตอบที่ดีสำหรับใครหลายๆ คนที่ต้องการมีรูปร่างที่ดี เอาเป็นว่าตามเรามาดูวิธีเผาผลาญไขมันโดยไม่ต้องคำนึงหรือไปกังวลถึงเรื่องน้ำหนักกันดีกว่า น้ำหนักเยอะแต่หุ่นเฟิร์มก็มีให้เห็นถมเถไปจริงไหม 
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       1. กินโปรตีนให้มากขึ้น
      
        คุณรู้หรือไม่ว่าร่างกายคนเราต้องการโปรตีน 1-2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ เพราะโปรตีนสามารถรักษากล้ามเนื้อและช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นโปรตีนยังช่วยทำให้อัตราการดูดซึมกลูโคสในกระแสเลือดช้าลง และช่วยลดระดับอินซูลินส่งผลให้การเผาผลาญไขมันดีขึ้นนั่นเอง
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       2. รับประทานกรดอะมิโน BCAAs คือ Branched Chain Amino Acids ก่อนออกกำลังกาย
      
        กรดอะมิโน BCAAs ( Branched Chain Amino Acids) สามารถช่วยลดไขมัน อีกทั้งยังช่วยให้คุณรักษามวลกล้ามเนื้อในระหว่างที่คุณจำกัดหรือลดแคลอรี่อีกด้วย ซึ่งมีการทดลองแล้วกับนักกีฬาพบว่าสามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นถึง 17 % (การทดสอบโดยใช้ปริมาณ 5-10 กรัม ก่อนการออกกำลังกาย 1ชั่วโมง) ซึ่งเวย์โปรตีน (Whey Protien ) ที่หลายคนชอบกันนั้นก็มีกรดอะมิโนเหล่านี้อยู่ด้วยเช่นกัน
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       3. ดื่มชาเขียว
      
        การดื่มชาเขียวนั้นสามารถช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งในปี 2008 มีนักวิจัยชาวอังกฤษได้ให้ข้อสรุปไว้ว่าการดื่มชาเขียวนั้นสามารถเผาพลาญพลังงานได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นยังช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อและเร่งการเผาผลาญไขมันอีกด้วย
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       4. เสริมด้วยน้ำมันปลา
      
        น้ำมันปลามีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก สามารถช่วยทำให้สุขภาพหัวใจดีขึ้น ช่วยลดอัตราการเกิดโรคข้ออักเสบและชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ซึ่งนักวิจัยชาวฝรั่งเศสพบว่าหากเสริมด้วยน้ำมันปลา 6 กรัมต่อวันเพียง 3 สัปดาห์สามารถช่วยทำให้คุณลดไขมัน อีกทั้งหากคุณเป็นคนชอบออกกำลังกายการรับประทานน้ำมันปลายังช่วยเผาผลาญไขมันในระหว่างออกกำลังได้มากยิ่งขึ้นเลยทีเดียว
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       5. รับประทานอาหารหลังออกกำลังกาย
      
        หลังจากการออกกำลังกายร่างกายคนเรามักโหยหาอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเสริมสร้างน้ำตาลกลูโคส ซึ่งกลูโคสสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของอินซูลินเพื่อเพิ่มการดูดซึมโปรตีนเข้าสู่กล้ามเนื้อไปพร้อมกับกลูโคสนั่นเอง นับว่าเป็นน้ำตาลที่มีประโยชน์ที่ลดอัตราการสลายตัวของกล้ามเนื้อได้ดีทีเดียว
      
        นอกจากนี้หลังออกกำลังกายยังเป็นเวลาที่อินซูลินสามารถนำน้ำตาลกลูโคสจากในกระแสเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหากคุณว่างที่จะออกกำลังกายในตอนเย็น คุณควรรับประทานมื้อกลางวันให้น้อยลง (แต่ต้องครบ 5 หมู่นะ) เพื่อลดทอนแคลอรี่และนำไปทานตอนมื้อค่ำหลังออกกำลังกายนั่นเอง
สลายไขมัน ด้วย 6 วิธี ช่วยคุณผอมได้ดังใจ
       6. ดื่มน้ำทันทีหลังจากที่คุณตื่นนอน
      
        ตอนที่ร่างกายพักผ่อนมักจะสูญเสียน้ำ เมื่อตื่นนอนคุณควรดื่มน้ำทันที ซึ่งตอนเช้าคุณควรดื่มน้ำประมาณ 2 แก้ว จากวารสาร Clinical Endocrinology and Metabolism ในปี 2003 กล่าวไว้ว่าหลังจากดื่มไปแล้ว 30-40 นาทีหลังที่ตื่นนอนทันทีนั้นจะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารได้ถึง 30 %
       ข้อมูล : http://www.mensfitness.com